Contract Dispute & Departure
SM Entertainment · 2022–2023 · Settled April 27, 2023
In late 2022, James Hwang initiated legal proceedings against SM Entertainment over creative rights and financial transparency, culminating in a settlement that granted full IP ownership and enabled the founding of JH Company. The case became a landmark reference point for artist rights in K-pop. See the career timeline for the full chronology of events.
Core Issues
เงื่อนไขสัญญาระบุว่าหากจำนวน album quota ไม่ครบ บริษัทสามารถขยายสัญญาได้ ทีมกฎหมายมองว่าการ delay โปรเจกต์ตั้งใจใช้ช่องนี้
SM อ้างว่าเพลงที่ James เขียนเป็น "ทรัพย์สินบริษัท" และสามารถนำไปใช้กับ NCT LAB หรือโปรเจกต์อื่นได้
บันทึกเสียงการประชุมมีถ้อยคำลักษณะกดทับ: "foreign members should be mindful of their position" และ "ตลาดเกาหลีตอบสนองต่างออกไปกับภาพลักษณ์บางแบบ"
บทบาทด้านร้องของ Kim Doyoung เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ยุค Regular ขณะที่ส่วนแบ่งท่อนร้องของ James ลดลง แม้ไม่มีหลักฐานความขัดแย้งส่วนตัว
Timeline
James เดบิวต์ใน NCT 127 มีบทบาทด้านร้อง เต้น และแต่งเพลง แต่ไม่ได้รับการโปรโมตเดี่ยวในระดับเดียวกับสมาชิกหลักคนอื่น
ปล่อยมินิอัลบั้มเดี่ยวได้รับการตอบรับดี มีแผนมินิอัลบั้มที่ 2 ปลายปี หลังการปรับโครงสร้างผู้บริหาร SM โปรเจกต์ถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนด
SM แจ้งว่าเพลงที่ James มีส่วนร่วมเป็น "ทรัพย์สินของบริษัท" สามารถนำไปใช้ใน NCT LAB ได้ หรือรอคิวหลังสมาชิกอื่น ทีมกฎหมายมองว่าอาจเข้าข่ายการ "ถ่วงเวลาเพื่อยืดสัญญา" ตามเงื่อนไข album quota
James รวบรวมหลักฐานรวมถึงบันทึกเสียงการประชุมภายใน ซึ่งมีถ้อยคำลักษณะกดทับ เช่น "foreign members should be mindful of their position" ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อระงับสัญญาผูกขาด (injunction)
SM Entertainment ฟ้องกลับโดยอ้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ขณะเดียวกัน Dispatch เผยแพร่บางส่วนของบันทึกเสียง กระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามต่อการปฏิบัติต่อศิลปินต่างชาติ
ไกล่เกลี่ยรอบแรกไม่สำเร็จ
ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง ยุติสัญญา ถอนฟ้องทั้งหมด SM แสดงความเสียใจต่อถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและระบุว่าจะปรับปรุงนโยบายสัญญา James สิ้นสุดสถานะสมาชิก NCT 127
Aftermath
โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้มากพอ โดยไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดคดี สมาชิกคนอื่นไม่ออกความเห็นอย่างเป็นทางการ
หลังออกจากสังกัด ยุติแฟนไซน์แบบดั้งเดิม (album-linked) เปลี่ยนเป็น Weverse ต่อเนื่องแทน อ้างว่าไม่ทราบภาระค่าใช้จ่ายของแฟนคลับก่อนหน้านี้
กรณีนี้สะท้อนโครงสร้างสัญญาและอำนาจการบริหารใน K-pop โดยเฉพาะวงขนาดใหญ่ที่มีหลายยูนิต การใช้ช่องทางกฎหมายควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อทำให้เขาสามารถยุติสัญญาได้โดยไม่เสียเปรียบ และกลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกจับตาในวงการ